นาฬิกาข้อมือแฟชั่น LED เท่ๆ

Photobucket

วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ความต่างของนาฬิกากับเวลา






รู้มั๊ยว่านาฬิกากับเวลามันต่างกันยังไง ?
นาฬิกา เราให้ใครไปแล้วเรายังขอคืนมาได้
แต่เวลา เมื่อไหร่ที่เราให้กับใครไปแล้ว เราไม่มีวันขอมันคืนมาได้
แปลกมั๊ย..ใคร ๆ ก็คิดว่าเวลากับนาฬิกาเป็นสิ่งที่คู่กันเสมอ
จริง ๆ แล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นซักหน่อย

เวลา... เดินไปข้างหน้า
นาฬิกา.. เดินอยู่ที่เก่า
เวลา.. เราไม่อาจย้อนกลับ
นาฬิกา.. เราหมุนย้อนมันได้
เวลา.. เมื่อสูญเสียไปแล้วไม่อาจเรียกร้องคืน
นาฬิกา.. เสียก็ซ่อม หรือซื้อใหม่ไปเลย
เวลา.. ได้มาฟรีๆ ไม่ต้องแลกกะอะไร
นาฬิกา.. ยิ่งสวยยิ่งแพง ใช้เงินซื้อมันมาทั้งนั้น

แล้วอย่างนี้ มันจะคู่กันได้ยังไง ในเมื่อมันแตกต่างกันเหลือเกิน
แต่ถามหน่อย..ถ้าไม่มีนาฬิกา จะรู้เวลามั๊ย หรือถ้ามีแต่นาฬิกา
แต่ไม่รู้จักเวลา จะมีประโยชน์อะไร ถึง 2 สิ่งจะแตกต่างกัน
แต่ถ้ามันจะคู่กันแล้ว ย่อมมีจุดร่วมกันเสมอ เพียงแต่จะมองเห็นมันรึป่าว ? :D

By แชมครับ (CHAMP GURU http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=6d9edb33519bb977

วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

วิธีเลือกนาฬิกาข้อมือ สำหรับผู้ชาย

วิธีเลือกนาฬิกาข้อมือ สำหรับผู้ชาย 

วิธีเลือกนาฬิกาข้อมือ สำหรับผู้ชาย
ปกติเวลาที่เราจะหันมาซื้อนาฬิกาสักเรือน เรามองกันแค่รูปแบบ ดีไซน์ วัสดุที่เราชอบ เวลาจะโชว์ใครจะรู้สึกภูมิใจแต่เคยได้ยินคนติงหรือไม่ครับว่า ถ้าอยู่ในมือคนอื่นจะดูดีกว่านี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ ครั้งนี้ลองมารู้อีกวิธีกันการเลือกนาฬิกาข้อมือดีกว่า เลือกอย่างไรให้นาฬิกาเรือนนั้นทำออกมาเพื่อคุณ

ผู้ชายข้อมือเล็ก
สายนาฬิกา
ไม่ ว่าจะเป็นสายแบบไหนก็ตาม สำหรับผู้ชายที่มีข้อมือเล็กอาจจะเคยประสบกับปัญหาการตัดสายนาฬิกาเพื่อให้ ใส่ได้ แต่ข้อระวังคือ การตัดสายนาฬิกาแต่ละเรือนนั้นมีข้อจำกัด หากเกิดการตัดที่มากเกินไปอาจจะทำให้นาฬิกาของคุณเกิดความไม่สมดุล เวลาใส่ก็จะไม่พอเหมาะพอดี วิธีแก้ บางครั้งคุณต้องตัดใจที่จะเลือกนาฬิกาเรือนใหม่ที่เหมาะกับคุณจริงๆ
ตัวเรือน
นาฬิกาที่มีหน้าปัดสี่เหลี่ยมจัตุรัส วงรีเล็ก วงกลม เมื่อนำมาสวมใส่จะทำให้มีที่เหลือบนข้อมือไม่ดูเล็กจนเกินไป ควรหลีกเลี่ยงการเลือกนาฬิกาที่มีหน้าปัดสี่เหลี่ยมผืนผ้า เนื่องจากขนาดตัวเรือนยาวใหญ่ จะปิดข้อมือหมด และทำให้ข้อมือดูเล็กลงไปอีก
สี
โทนสีในการเลือก ควรเป็นโทนสีสว่างเพราะจำให้ข้อมือของคุณดูใหญ่ขึ้น โดยใช้หลักเดียวกับการเลือกเสื้อผ้า
ผู้ชาย ข้อมือใหญ่
การเลือกนาฬิกาสำหรับคนที่ มีข้อมือใหญ่ดูจะไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร กลับกลาย เป็นข้อดีไปเสียอีก เพราะใส่ได้เกือบทุกแบบ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งหน้าปัดสี่เหลี่ยมผืนผ้า จะทำให้ข้อมือใหญ่ๆ ของคุณ ดูดียิ่งขึ้น ถ้าจะพูดถึงดีไซน์ จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องยึดกับรูปแบบ เพียงแต่ต้องเลือกแบบ ให้เหมาะสมกับ บุคลิก และการแต่งตัวด้วยเท่านั้น
ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่มีข้อ มือใหญ่หรือเล็ก สิ่งสำคัญคือ คุณเลือกให้เหมาะสมกับบุคลิกของคุณหรือเปล่า เพราะในบางครั้งเราอาจจะเกิดความสับสนเพราะในตลาดนั้นมีนาฬิกาให้เราเลือก เยอะเหลือเกิน อย่าให้การเลือกในแต่ละครั้งทำให้เรารู้สึกเสียดายเงินในการซื้อ

http://www.skythailandshop.com

 

 

วิธีเลือกนาฬิกาข้อมือให้เหมาะสมกับตัวเรา

วิธีเลือกนาฬิกาข้อมือให้เหมาะสมกับตัวเรา 

 

ตอนนี้กำลังสนใจอยากหาซื้อนาฬิกาข้อมือสักเรือน แต่เจอเสปกนาฬิกาอ่านแล้วงงกับคำศัพท์มากมาย เลยต้องพึ่ง google หาคำแนะนำการเลือกซื้อนาฬิกาเจอข้อมูลจากเวบ Guide to Choosing and Buying a Wristwatch โดยคุณ Marc Rochkind เค้าสรุปไว้ว่า

เลือกตามไสตล์และการออกแบบ (ดูตัวอย่างหน้าตาที่ Illustrated Guide to Watch Styles, Shapes, and Features)

1. Dress ใช้ใส่ตอนออกงาน เป็นทอง แบบธรรมดา หรือแบบบาง
2. Designer ยี่ห้ออะไร ใครออกแบบ
3. Sports ใช้ในการเล่นกีฬา ต้องทน ต้องเอาไปใช้ดำน้ำได้

วัสดุผลิต เป็นตัวเรือนพลาสติก เหล็ก หรือโลหะอื่นเช่นสแตนเลช ไททาเนียม ทอง หรือแพลตินั่ม
กระจกจะเป็นกระจก พลาสติก หรือคริสตัลที่ทนรอยขูดขีด
น้ำหนัก มีผลมากกว่าที่คิด โลหะอย่างเหล็กจะหนักกว่าไททาเนียมมาก ต้องลองใส่ดูว่าถ้าต้องแบกนาฬิกาบนข้อมูลทั้งวันจะรู้สึกหนักจนเมื่อยมือ หรือไม่
นาฬิกาเป็นแบบคว๊อทซ์ (Quartz) หรือแบบเครื่องกล (Mechanic) แบบคว๊อทซ์จะเป็นระบบเดินเวลาเป็นจังหวะทำให้เข็มวินาทีขยับทีละวินาที ไม่เลื่อนนิ่มๆแบบเครื่องกลซึ่งมีความซับซ้อนกว่า


วิธีเลือกนาฬิกาข้อมือให้เหมาะสมกับตัวเรา

Chronograph คือนาฬิกาที่จับเวลาได้ มีปุ่มเริ่มปุ่มหยุดและรีเซต ถ้าสามารถรีเซตได้โดยไม่ต้องกดหยุดก่อน จะเรียกว่า flyback ยิ่งถ้าจับเวลาละเอียดกว่าวินาทีจะเรียกว่า rattrapante
ถ้าเข็มเรืองแสงดูในที่มืดได้ เรียกว่า luminous
ถ้านาฬิกาแสดงเวลาหลายๆประเทศหลายๆช่วงเวลา เรียกว่า multiple time zones
ถ้านาฬิกาส่งเสียงได้เรียกว่า repeaters ออโตเมติก ใช้ถ่านแบตตอรี่ทุกหลายๆปี kinetics ใช้การขยับแขน ถ้าไม่ใส่นานๆนาฬิกาจะตาย ถ้าใช้พลังงานจากแสงเห็นมียี่ห้อ Citizen Eco-Drive

Tachometer/Tachemeter คือตัวเลขรอบกรอบนาฬิกาที่ใช้วัดความเร็วต่อหนึ่งกิโล/ไมล์ เช่นถ้าขับรถครบหนึ่งกิโล เข็มวินาทีชี้ไปที่เลข 60 หมายถึงรถขับเร็ว 60 กิโลต่อชั่วโมง

Automatic คือนาฬิกาที่ไม่ต้องใช้ถ่าน (ถ้าเป็นคว๊อทช์จะใช้ถ่าน) โดยอาศัยพลังงานจากการขยับแขน (kinetic) หรือจากแสง (solar)Perpetual calendar คือนาฬิกาที่แสดงวันที่ และสามารถปรับวันที่อัตโนมัติเมื่อผ่านวันสุดท้ายของเดือน อย่างเดือนกันยามี 30 วัน เมื่อพ้นวันที่ 30 จะเปลี่ยนเป็นวันที่ 1 แทนที่จะเป็น 31

http://www.handbagbestbuy.com

 

วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ประวัติความเป็นมาของนาฬิกา



ในสมัยโบราณมนุษย์ยังไม่มีนาฬิกาใช้ การดำเนินชีวิตขึ้นอยู่กับธรรมชาติ ดวงอาทิตย์จึงเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่มนุษย์รู้จัก นักประวัติศาสตร์ชื่อ Herodotus ได้บันทึกไว้ว่า ประมาณ 3,500 ปีก่อน มนุษย์รู้จักใช้ นาฬิกาแดด ซึ่งนับว่าเป็นนาฬิกาเรือนแรกของโลก โดยสามารถอ่านเวลาได้จากเงาที่ตกทอดลงบนขีดเครื่องหมาย


นาฬิกาแดด(Sundial)เป็นเครื่องบอกเวลาและเครื่องมือวัดเวลา

วิธีธรรมชาติแบบหนึ่ง ทีมีใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน โดยอาศัยการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ที่ปรากฎในแต่ละวันเป็นหลัก สมัยโบราณก่อนที่จะเริ่มมีนาฬิกาจักรกลหรือนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ ไว้ใช้บอกเวลาเช่นในปัจจุบันมนุษย์ใช้ประโยชน์จากปรากฎการณ์ธรรมชาติ ในการสังเกตการเปลี่ยนแปลงต่างๆจากธรรมชาติเพื่อการกำหนดเวลา

โดยเฉพาะใช้ดวงอาทิตย์เป็นเครื่องชี้บอกเวลาธรรมชาติที่สำคัญที่สุด เช่นเวลาเช้าดวงอาทิตย์ขึ้น เวลาเที่ยงดวงอาทิตย์อยู่ตรงศีรษะ เวลาเย็นค่ำดวงอาทิตย์ตกลับจากขอบฟ้าส่วนเวลากลางวัน ในช่วงเวลาอื่นก็อาศัยสังเกตดูจากการทอดเงา ของวัตถุใดวัตถุหนึ่งที่กำหนดให้เป็นเครื่องบอกเวลาของคนในท้องถิ่นนั้น ซึ่งอาจไม่มีความเที่ยงตรง แต่ก็ยอมรับได้สมัยนั้นมาใช้กำหนดเวลาด้วยหลักการตามที่กล่าวมา มนุษย์ในระยะแรกจึงได้ประดิษฐ์คิดค้นนาฬิกาแดด (Sundisl)ให้มี รูปทรงที่เหมาะสมขึ้นมาใช้งานเป็นเครื่องบอกเวลาอย่างง่าย

นาฬิกาแดดคิดค้นขึ้นครั้งแรกเมื่อใดไม่ปรากฎ แต่จากหลักฐานพบว่านาฬิกาแดดพัฒนาขึ้น ในสมัยอียิปต์โบราณหรือราว 2000ปี มาแล้ว นาฬิกาแดดนั้นแสดงเวลาที่อาจคลาดเคลื่อนไป จากเวลานาฬิกาข้อมือของผู้สังเกต แต่ถ้าได้เข้าใจหลักการของนาฬิกาแดดแล้วนำค่าเวลามาแก้ไข เวลาที่ได้จะมีความถูกต้องพอสมควร ที่เป็นเช่นนี้เพราะนาฬิกาแดดนั้น แสดงเวลาธรรมชาติที่ควรจะเป็น ซึ่งต่างจากเวลาของนาฬิกาข้อมือหรือนาฬิกาทั่วไปที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน บอกวัดเวลาหรือแสดงเวลาที่ต้องการให้เป็น หมายความว่าเวลาที่ แสดงจากนาฬิกาแดดนั้นเป็นเวลาที่เราเรียกว่าเวลาดวงอาทิตย์ ณ ตำบลที่นั้นอยู่เป็นประจำ ไม่ใช่เวลาท้องถิ่นสมมุติ หรือเวลาที่เราต้องการให้เป็น

ต่อมาชาวกรีกโบราณรู้จักพัฒนา นาฬิกาน้ำ ที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งกว่านาฬิกาแดด เรียกว่า clepsydra ( คำนี้เป็นคำสนธิที่มีรากศัพท์มาจากคำว่า clep ซึ่งแปลว่า ขโมย และคำ sydra ที่แปลว่า น้ำ ) เพราะนาฬิกานี้ทำงานโดยอาศัยหลักที่ว่า " ภาชนะดินเผาที่มีน้ำบรรจุเต็มเวลาถูกเจาะที่ก้นน้ำจะไหลออกจากภาชนะทีละ น้อยๆ เหมือนการขโมยน้ำ " ดังนั้นชาวกรีกโบราณจึงได้กำหนดระยะเวลาที่น้ำไหลออกจนหมดภาชนะว่า 1 clepsydra แต่นาฬิกาน้ำนี้ต้องมีการเติมน้ำใหม่ทุกครั้งที่หมดเวลา 1 clepsydra และในฤดูหนาวน้ำจะแข็งตัวทำให้ไม่สามารถใช้นาฬิกาได้

นาฬิกาน้ำของอียิปต์ เมื่อประมาณ 1,400 ปี ก่อนคริสตกาล อาศัยน้ำหยดออกจากรูข้างใต้ภาชนะ


ในปี ค.ศ.1929 Warren Morrison ได้ประดิษฐ์ นาฬิกาควอตซ์ ขึ้นเฉพาะที่เป็น นาฬิกาข้อมือ นาฬิกาประเภทนี้เที่ยงตรงมาก และในปี ค.ศ.1980 เป็นช่วงเวลาที่เริ่มนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ มีการประดิษฐ์ นาฬิกาโดยใช้ชิป ( chip ) เป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมในกลไกของนาฬิกา ซึ่งนอกจากจะบอกเวลาแล้วยังสามารถเก็บข้อมูลที่จำเป็น และสามารถใช้เป็นเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วย หลังจากนั้นเทคโนโลยีในด้านการประดิษฐ์นาฬิกาได้ก้าวหน้าเรื่อยมา จนกระทั่งทุกวันนี้เรามี นาฬิกาคอมพิวเตอร์ ใช้กันแล้ว


นาฬิกาแดด ลานหน้าพระอุโบสถวัดนิเวศน์ธรรมประวัติ

สำหรับประเทศไทย คนไทยประดิษฐ์เครื่องบอกเวลาใช้เองเมื่อร้อยปีมาแล้ว คือในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงมีวลีที่กำชับรับสั่งกับข้าราชบริพารผู้ใกล้ชิด มีความว่า " สยามจะอยู่รอด รักษาความเป็นไทไม่เป็นขี้ข้าฝรั่ง จะต้องทำให้คนไทยเชื่อมั่น และต่างชาติเชื่อว่าคนไทยนี้เก่ง " จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้ากรมอุทกศาสตร์ท่านแรกของสยาม ชื่อ Captain Loftus จัดทำ นาฬิกาแดด ไว้ให้เป็นเครื่องกำหนดหมายบอกเวลา แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานไว้ที่ลานหน้าพระอุโบสถวัดนิเวศน์ธรรมประวัติ บางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจนทุกวันนี้



ที่มา http://www.thaigoodview.com/node/5822

นาฬิกาบอกตัวตนของคุณ

ถ้าออกแนวหรูหรา นาฬิกาฝังเพชร หรือแบบที่มีตัวเรือนสีทองอร่าม จะ เป็นนาฬิกาของผู้มีความทะเยอทะยานสูง รักความหรูหราสมบูรณ์แบบ ชอบความเป็นหนึ่ง เจ้ายศเจ้าอย่าง แสวงหาความสุขและความสำเร็จให้แก่ชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นคนกล้าแสดงออกและขยันขันแข็ง

นาฬิกาแบบสปอร์ต ออกแนวนักกีฬาที่มีความแข็งแรง มีปุ่มควบคุมระบบการทำงานต่าง ๆ สารพัดรอบตัวเรือน เป็นนาฬิกาคู่กายของคนที่ดูเหมือนเป็นคนกระตือรือร้นอยู่เสมอ แต่ที่แท้แล้วจะมีพลังคึกคักในสิ่งที่ตนสนใจเท่านั้น ในยามปกติแล้วจะปล่อยตัวเองสบาย ๆ ง่าย ๆ ไม่ดิ้นรนไขว่คว้ามากนัก แม้จะใฝ่รู้ หรือชอบเรื่องตื่นเต้นผจญภัยมากเพียงใดก็ตาม


นาฬิกาแบบมีตัวเลข ผู้ที่ชอบนาฬิกาแบบที่เป็นตัวเลขมีตัวเลข 1 ถึง 12 อยู่บนหน้าปัด หรือแบบบอกเวลาเป็นชั่วโมงและนาที มักมีนิสัยใจคออ่อนไหวง่าย มีอารมณ์สุนทรีย์รักดนตรี ศิลปะ ฉลาดเฉลียว แต่ก็เป็นคนเจ้าอารมณ์อยู่เหมือนกัน ประมาณว่าใครทำอะไรไม่ถูกใจอาจเจอวีนได้

นาฬิกาแบบไม่มีตัวเลข ผู้ ที่ชอบใส่นาฬิกาแบบที่มีปุ่มหรือขีดอยู่หน้าปัดแทนตัวเลข หรือหน้าปัดเกลี้ยง ๆ แบบไม่มีตัวเลขเลย เป็นคนที่มีบุคลิกธรรมดา แต่ก็มีความโดดเด่นเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง มีนิสัยใจคอเป็นมิตร เสมอ มีความคิดอ่านเป็นของตนเอง แต่ก็โอนอ่อนประนีประนอมได้ในบางครั้ง ไม่ชอบทะเลาะเบาะแว้งกับใคร

นาฬิกาตัวเลขโรมัน ใครที่ชอบนาฬิกาสไตล์นี้มักมีนิสัยใจคอสุภาพอ่อนโยน แต่อย่าทำให้โกรธเชียวเพราะโมโหร้ายมาก ตั้งความหวังในชีวิตไว้สูง มักคาดหวังถึงชีวิตที่สมบูรณ์แบบ เครียดง่ายถ้าทุกอย่างไม่เป็นดังที่หวัง คนเช่นนี้มักเป็นคนละเอียดอ่อน เข้าใจคนอื่นได้ง่าย มีความรักสวยรักงาม รักเกียรติรักศักดิ์ศรี ชอบเก็บความรู้สึกเสมอ


ชอบนาฬิกาไฮเทค ไม่ ว่าจะเป็นรูปแบบใด ๆ ก็ตาม เป็นนาฬิกาของคนที่ค่อนข้างชอบวัตถุนิยม รักความก้าวหน้า ทันสมัย มีความสนใจในความเป็นไปของสังคม รักอิสระ ขี้เบื่อง่าย ไม่ค่อยแคร์ใครและมีไอเดียแปลกใหม่เสมอ

คนที่หลงใหลนาฬิกาเป็นที่สุด มาก กว่าเครื่องประดับใด ๆ ทั้งแหวน กำไล สร้อยคอ เป็นคนที่มีความมานะอดทนสูง โรแมนติก แต่การแสดงออกนั้นขัดแย้งกับจิตใจ ตัวอย่าง ถ้าเป็นคนใจร้อนก็มักแสดงออกอย่างเงียบ ๆ นิ่ง ๆ ถ้าข้างในเป็นคนอ่อนโยน ก็กลับแสดงออกว่าเป็นคนแข็งกระด้าง

แต่ถ้าไม่ชอบใส่นาฬิกาเลย จะไปเน้นกำไลมากกว่า แสดงว่าเป็นคนที่รักอิสระ สูง ไม่ยอมให้สิ่งใด ๆ มาผูกพันหรือควบคุมการดำเนินชีวิตของตนเอง เหมือนไม่ชอบให้นาฬิกามาคอยกำหนดว่าถึงเวลาต้องทำโน่นทำนี่ประมาณนั้น เป็น คนฉลาดรอบรู้ เข้ากับคนง่าย แต่ยากที่ใครจะเข้าใจเขาได้ลึกซึ้ง...???.

ขอบคุณบทความจาก http://www.fwdder.com/topic/7650

นาฬิกาชีวิต

การแพทย์ตะวันออกถือว่า กลางวันและกลางคืนมีความสัมพันธ์กับสุขภาพของมนุษย์อย่างแยกไม่ออก
โดยมองลึกลงไปอีกว่า ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวันนั้น ภายในร่างกายของมนุษย์ยังมีการไหลเวียน
ของพลังชีวิตที่ผ่านอวัยวะภายในของร่างกายซึ่งประกอบด้วย อวัยวะตันและอวัยวะกลวง

อวัยวะตัน หมายถึง หัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ ปอด ม้าม ตับ ไต
อวัยวะกลวง หมายถึง กระเพาะอาหาร ถุง น้ำดี ลำไส้ ใหญ่ ลำไส้เล็กกระเพาะปัสสาวะ ระบบ
ความร้อนของร่างกาย (ชานเจียว)

การไหลเวียนของพลังชีวิต (ลมปราณ) ที่ผ่านแต่ละอวัยวะนั้นจะใช้เวลาสองชั่วโมง ทั้งหมดมี
12 อวัยวะ รวม 24 ชั่วโมง คือ หนึ่งวัน เรียกว่า “นาฬิกาชีวิต”

ตัวอย่างเช่น การไหลเวียนของเส้นลมปราณปอด จะมีพลังไหลเวียน
เริ่มต้นที่เวลา 03.00 น. และสูงสุดในช่วงประมาณ 04.00 น. จากนั้น จะค่อยๆ ลดลง
และออกจากเส้นลมปราณปอดไปยังเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ เวลา 05.00 น.

การรักษาโรคของเส้นลมปราณปอดที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดจึงควรอยู่ระหว่างเวลา 0.00-05.00 น.
ได้มีการศึกษาวิจัยพบว่า ผลของการใช้ยาตะวันตก คือ ยาดิติตาลิส ในการรักษาโรคหัวใจล้มเหลว
(มีการคั่งของน้ำในปอด) การให้ยาในช่วงเวลา 04.00 น. จะให้ผลออกฤทธิ์ประมาณสี่สิบเท่าของการ
ให้เวลาอื่น เป็นต้น

การเคลื่อนไหวของพลังชีวิตของอวัยวะภายในปีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนและสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเวลา
(นาฬิกาชีวิต) ร่างกายเราจึงมีกลไกการปรับตัวมีการสร้างสารคัดหลั่งฮอร์โมน การทำงานของระบบต่างๆ
ฯลฯ เป็นไปตามสภาพธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป
การดำเนินชีวิต และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิต ประจำวัน ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง
ของธรรมชาติ จึงเป็นหลักฐานของการมีสุขภาพที่ดี และมีอายุยืน ปราศจากโรค โดยแบ่งเป็นช่วงเวลา
ดังนี้

01.00-03.00 น. เป็นช่วงเวลาของตับ ควรนอนหลับพักผ่อนถ้าใครนอนหลับได้ดีเป็นประจำใน
ช่วงเวลานี้ ตับจะหลั่งสารมีราโทนิน (meratonine) เพื่อฆ่าเชื้อโรค ทำให้หน้าอ่อนกว่าวัย นอกจาก
ร่างกายจะหลั่งมีราทินประจำแล้ว ยังหลั่งสารเอนโดรฟิน (endorphin) ออกมาด้วยจึงไม่ควรกินอาหาร
เพราะจะทำให้ตับทำงานหนักและเสื่อมเร็ว หน้าที่หลักของตับ คือ ขจัดสารพิษในร่างกาย

ส่วนหน้าที่รอง คือ
1. ช่วยไตในการดูแลผม ขน เล็บ ถ้าตับมีปัญหา ผม ขน เล็บจะไม่สวย
2. ช่วยกระเพาะย่อยอาหาร ถ้ากินบ่อย ๆ จะทำให้ตับทำงานหนัก ตับจะหลั่งน้ำย่อยออกมามาก
จึงไม่ได้ทำหน้าที่หลัก เป็นเหตุให้สารพิษตกค้างในตับ
[ ซวยแล้ว ช่วงกินเบียร์ด้วยสิ ]

03.00-05.00 น. เป็นช่วงเวลาของปอด จึงควรตื่นนอนลุก ขึ้นเพื่อสูดอากาศที่บริสุทธิ์ และรับ
แสงแดดในยามเช้าผู้ที่ตื่นนอนช่วงนี้เป็น ประจำปอดจะดี ผิวจะดีขึ้น และจะเป็น คนที่มีอำนาจในตัว
[ (--') มันเกี่ยวกับการมีอำนาจด้วยหรอ... ]

05.00-07.00 น. เป็นช่วงเวลาของลำไส้ใหญ่ ควรขับถ่ายอุจจาระทำให้เป็นนิสัยทุกเช้า ถ้าไม่
ถ่ายให้ใช้วิธีกดจุดที่ตำแหน่งสองข้างของจมูกถ้ายังไม่ถ่ายให้ดื่มนํ้าอุ่น 2 แก้ว ถ้ายังไม่ถ่ายให้ดื่ม
น้ำผึ้งผสมมะนาว โดยใช้น้ำ 1 แก้ว + น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำมะนาว 4-5 ลูก ทำดื่มจนกว่าจะถ่ายหรือ
บริหารโดยยืนตรง หายใจเข้าแล้วก้มลงพร้อมทั้งหายใจออก เอามือท้าวเข่าแขม่วท้องจนเหมือนว่า
หน้าท้องไปติดสันหลัง
[ เจ๋งอ่ะ กดจุด แล้วถ่ายได้ มันต้องลอง... ]

07.00-09.00 น. เป็นช่วงเวลาของกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารจะทำงาน ถ้ากินอาหารเช้า
ในช่วงเวลานี้ทุกวัน กระเพาะอาหารจะแข็งแรง ถ้าปล่อยให้กระเพาะอาหารอ่อนแอ จะส่งผลให้เป็นคน
ตัดสินใจช้า ขี้งวล ขาไม่ค่อยมีแรง ปวดเข่า หน้าแก่เร็วกว่าวัย
[ มิน่าล่ะ ทำไมเราหน้าเด็ก เพราะกินข้าวเช้านี่เอง โฮะๆ ]

09.00-11.00 น. เป็นช่วงเวลาของม้าม ม้ามจะอยู่ชายโครงด้านซ้าย มีหน้าที่ควบคุมเม็ดเลือด
สร้างน้ำหลือง ควบคุมไขมัน คนที่ปวดศีรษะบ่อยมักจากความผิดปกติของม้าม อาการเจ็บชายโครง
สาเหตุมาจากม้ามกับตับ
- ม้ามโต ม้ามจะไปเบียดปอด ทำให้เหนื่อยง่าย ผอมเหลือง ตาเหลือง สร้างเม็ดเลือดขาวได้น้อย
- ม้ามชื้น อาหารและนํ้าที่กินเข้าไปจะแปรสภาพเป็นไขมนั จึงทำให้อ้วนง่าย
ผู้ที่มักนอนหลับในช่วงเวลา 09.00-11.00 น. ม้ามจะอ่อนแอ นอกจากนี้ม้ามยังโยงถึงริมฝีปาก
ผู้ที่พูดบ่อยๆหรือพูดเก่ง ๆ ม้ามจะชื้น จึง ควรพูดน้อยกินน้อยจึงแข็งแรง
[ จะบอกว่าไม่ควรตื่นสายใช่ไหม... ]

11.00-13.00 น. เป็นช่วงเวลาของหัวใจ หัวใจทำงานหนักในช่วงเวลานี้ จึงควรหลีกเลี่ยง
ความเครียด เหตุที่ทำให้ต้องใช้ความคิดหนัก และหาทางระงับอารมณ์ตื่นเต้นหรืออาการตกใจให้ได้
[ อืม... งั้นประชุมไม่ได้นะ คุณหัวหน้า นอนพักดีกว่า อิอิ ]

13.00-15.00 น. เป็นช่วงเวลาของลำไส้เล็ก จึงควรงดการกินอาหารทุกประเภทเพื่อเปิด
โอกาสให้ลำไส้ทำงาน ลำไส้เล็กมีหน้าที่ ดูดซึมสารอาหารที่เป็นนํ้าทุกชนิด เช่น วิตามิน ซี บี โปรตีน
เพื่อสร้างกรดอะมิโนสร้างเซลล์สมอง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างไข่สำหรับผู้หญิง ถ้ากรดอะมิโน
น้อย ไข่จะมาไม่ครบทุกเดือน ผู้หญิงมีลำไส้ยาวกว่าผู้ชาย 11 ฟุต เพื่อให้การดูดซึมได้นานกว่า
เนื่องจากต้องใช้กรดอะมิโนมากกว่าผู้ชาย เมื่อมีลำไส้ยาวกว่าจึงมีกระดูกซี่โครงมากกว่าผู้ชายข้างละ1 ซี่
[ อ้าวหรอ ผู้หญิงมีกระดูกซี่โครงมากกว่าหรือเนี่ย... ]

15.00-17.00 น. เป็นช่วงเวลาของกระเพาะปัสสาวะ แนวพลังของกระเพาะปัสสาวะเริ่มจาก
หัวตา -> ผ่านหน้าผาก -> ศีรษะ -> ท้ายทอย -> แผ่นหลังทั้งแผ่น -> สะโพก -> ด้านหลังขา ->
หัวเข่า -> น่อง -> ส้นเท้า -> นิ้วก้อย กระเพาะปัสสาวะจะเกี่ยวข้องกับระบบความจำไทรอยด์และ
ระบบเพศทั้งหมด ช่วงเวลานี้ควรทำให้เหงื่อออก อาจจะออกกำลังกายหรืออบตัว กระเพาะปัสสาวะจะได้แข็งแรง

ข้อควรระวัง ถ้าเหงื่อมีโซเดียมปนออกมามากไตจะวาย แต่ถ้ามีโปตัสเซียมปนออกมามาก หัวใจจะวาย
แก้ไขเรื่องหัวใจวายด้วยการให้ดื่มน้ำน้ำส้มหรือน้ำมะนาวเพื่อเติมโปตัสเซียม (ผู้ที่มีโปตัสเซียมน้อย
ต้องระวังเรื่องการฉีดยาชา เพราะยาชา จะทำให้โปตัสเซียมลดลงอย่างรวดเร็ว หัวใจอาจวายได้ง่าย)
การอั้นปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะจะูถูก ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เหงื่อที่ออกมามีกลิ่นเหม็น
เหมือนปัสสาวะ
[ เพื่อนผมตัวเหม็นหลังออกกำลังกาย แสดงว่าอั้นปัสสาวะหรอ...]

17.00-19.00 น. เป็นช่วงเวลาของไต จึงควรทำใจให้สดชื่น ไม่ควรง่วงเหงาหาวนอนในช่วงเวลานี้
ผู้ใดมีอาการง่วงนอนช่วงเวลานี้ แสดงว่ามีปัญหาเรื่องไตเสื่อม ถ้านอนหลับแล้วเพ้อ แสดงว่าอาการ
หนักมาก
- ไตซ้าย จะคุมสมองด้านขวา ซึ่งควบคุมด้านความคิดสร้างสรรค์อารมณ์สุนทรีย์ รักสวยรักงาม
ชอบแต่งตัว ถ้าไตซ้ายมีปัญหา อารมณ์รักสวยรักงามจะหมดไป กลายเป็นคนปล่อยเนื้อปล่อยตัว และ
เป็นคนขี้ร้อน
- ไตขวา จะคุมสมองด้านซ้าย ซึ่งควบคุมด้านความจำ ถ้าไตขวามีปัญญา ความจำจะเสื่อม
และเป็นคนขี้หนาว(ผู้ที่ไตแข็งแรงจะเป็นคนมีอายุยืน เป็นคนกล้า)

ถ้าลำไส้เล็ก มีไขมันเกาะมาก อาหารที่อยู่ในรูปของสารละลายจะผ่านลำไส้เล็กไม่ได้ จึงตกเป็น
ภาระของไต เป็นผลให้ไตทำงานหนัก จึงกลายเป็นโรคไต ผู้ที่เป็นโรคไต สมองจะเสื่อมปวดหลัง
เป็นหวัดง่าย มีเสลดในคอ
การดูแล คือ ตอนเช้าอาบน้ำเย็น ตอนเย็นให้อาบน้ำอุ่น กรณีที่อาบน้ำไม่ได้ ให้ใช้วิธีแช่เท้า
แต่นํ้าควรใส่สมุนไพรที่ถูกโฉลกของผู้ป่วย เช่น ขิง ข่า กระชาย อย่างใดอย่างหนึ่ง
[ ตอนเช้ามันหนาวนะให้อาบน้ำเย็นอีกหรอ (--') ]

19.00-21.00 น. เป็นช่วงเวลาของเยื่อหุ้มหัวใจ ช่วงเวลานี้ควรจะสวดมนต์ ทำสมาธิ
ปัญหาเกี่ยวกับเยื่อหุ้มหัวใจ คือ หัวใจโต หัวใจรั่ว เส้นโลหิตหัวใจตีบ ดังนั้นผู้ป่วยต้องระวังเรื่อง
ตื่นเต้น ดีใจ การหัวเราะ กรณีเส้นเลือดขอด ต้องดูแลเยื่อหุ้มหัวใจให้แข็งแรง ควรใส่เสื้อผ้า ชุดสีดำ เทา
เอาเท้าแช่ในน้ำอุ่น
[ หมายถึงห้ามขำหรอเนี่ย... ]

21.00-23.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ต้องทำให้ร่างกายอบอุ่น จึงห้ามอาบน้ำเย็นในช่วงเวลานี้
เพราะจะทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย อย่าไปตากลม เพราะเป็นช่วงที่ลมเป็นพิษ
[ตาก-ลม นะ ไม่ใช่ ตา-กลม (^^) ]

23.00-01.00 น. เป็นช่วงเวลาของถุงน้ำดี (ถุงน้ำดีเป็นถุงสำรองเก็บน้ำย่อยยที่ออกมาจากตับ)
อวัยวะใดในร่างกายเมื่อขาดน้ำ จะมาดึงน้ำจากถุงน้ำดี ทำให้ถุงน้ำดีข้น เป็นผลให้อารมณ์ฉุนเฉียว
สายตาเสื่อม เหงือกจะบวม ปวดฟัน นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก หรือตอนเช้าจะจาม (ถุงน้ำดีจะโยงถึงปอด)
จะปวดศีรษะข้างเดียวหรือสองข้างโดยไม่ทราบสาเหตุ ( ผู้ที่ตัดถุงน้ำดีออก เมื่อตรวจด้วยลูกดิ่ง
จะพบว่า ถุงน้ำดีข้น มักมีอาการปวดขา ปวดสะโพก)

ทางแก้ คือ อย่าใส่ชุดนอนที่เป็นผ้าใยสังเคราะห์ ไนล่อน ชุดนอนที่ทำจากใบสังเคราะห์จะไป
ดูดน้ำในร่างกาย ควรสวมชุดผ้าฝ้ายจะดีที่สุด ไม่ควรนอนบนที่นอนสูง ๆ เพราะจะทำให้เสียนํ้าใน
ร่างกาย ดังนั้น ควรดื่มน้ำก่อนเข้านอน หรือก่อนเวลา 23.00 น.
[ถ้าไม่ใส่อะไรนอน คงไม่ผิดกติกามั้ง อิอิ]

สรุปช่วงเวลา ระบบที่เกี่ยวข้อง ข้อควรปฏิบัติ
01.00-03.00 น. ตับ นอนหลับพักผ่อนให้หลับสนิท
03.00-05.00 น. ปอด ตื่นนอน สูดอากาศบริสุทธิ์
05.00-07.00 น. ลำไส้ใหญ่ ขับถ่ายอุจจาระ
07.00-09.00 น. กระเพาะอาหาร กินอาหารเช้า
09.00-11.00 น. ม้าม พูดน้อย กินน้อย ไม่นอนหลับ
11.00-13.00 น. หัวใจ หลีกเลี่ยงความเครียดทั้งปวง
13.00-15.00 น. ลำไส้เล็ก งดกินอาหารทุกประเภท
15.00-17.00 น. กระเพาะปัสสาวะ ทำให้เหงื่อออก (ออกกำลังกายหรืออบตัว)
17.00-19.00 น. ไต ทำให้สดชื่น ไม่ง่วงเหงาหาวนอน
19.00-21.00 น. เยื่อหุ้มหัวใจ ทำสมาธิ หรือสวดมนต์
21.00-23.00 น. ระบบความร้อนของร่างกาย ห้ามอาบน้ำเย็น ห้ามตากลม ทำร่างกายให้อบอุ่น
23.00-01.00 น. ถุงน้ำดี ดื่มน้ำก่อนเข้านอน

ปล. ใครจะเอาไปใช้ ก็คงจะทำให้สุขภาพดีขึ้นแน่ ๆ แต่ผมคงทำได้ไม่หมดทุกข้อแน่เลย (- -’)

ที่มา นาฬิกาชีวิต อ.นวลฉวี ทรรพนันทน์
http://colorjuice.exteen.com/20070308/biological-clock

เลือกใส่นาฬิกาให้เข้ากับราศีของคุณ

เลือกใส่นาฬิกาให้เข้ากับราศีของคุณ

หนึ่งวันเราผูกพันกับเครื่องบอกเวลาไม่มากก็น้อย แต่หากพลิกดูหน้าประวัติศาสตร์ มนุษย์ผูกพันกับนาฬิกามาอย่างยาวนานตั้งแต่ยังใช้ดินฟ้าอากาศเป็นเครื่องบอก เวลา และพัฒนามาสู่ “นาฬิกาตุ้มถ่วง” อันเป็นผลสืบเนื่องให้มีนาฬิกาหลายรูปแบบในปัจจุบัน มองย้อนกลับมายังประเทศไทยเริ่มรู้จักการใช้นาฬิกาเมื่อครั้งสมัยรัตน โกสินทร์ตอนต้น

มาถึงยุคปัจจุบัน นาฬิกาข้อมือกลายเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งที่ผู้บริโภคมีความต้องการสูง ส่งผลให้มีนาฬิกาหลากหลายแบบมาให้เลือกสรร แต่จะเลือกนาฬิกาข้อมืออย่างไรให้ถูกโฉลกความเป็นตัวคุณคงไม่ใช่เรื่อง ง่าย...?

คา ร์ล กุสตาฟ จุง ปรมาจารย์จิตแพทย์ชาวสวิส ผู้ก่อตั้งทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ให้ความเห็นไว้ว่า ปรัชญาธาตุทั้ง 4 สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้มากมายทั้ง การบริหารจัดการ พยากรณ์ชะตาชีวิต ศิลปะ วิทยาศาสตร์กายภาพ สิ่งเหล่านี้ทำให้สามารถเข้าใจมนุษย์มากขึ้นและเสริมสร้างชีวิตให้ก้าวหน้า หากมีการแต่งตัวเหมาะสมกับบุคลิก ซึ่งแต่ละคนมีหลายธาตุประกอบกัน แต่จะมีจุดเด่นที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์อยู่ธาตุเดียว

จากการวิเคราะห์ของ คาร์ล จุง สรุปการเลือกซื้อนาฬิกาข้อมือที่ เหมาะสมตามธาตุทั้ง 4 ไว้ดังนี้


ธาตุดิน ประกอบด้วยราศีพฤษภ (20 เม.ย.-21 พ.ค.) ราศีกันย์ (23 ส.ค.-22 ก.ย.) และ ราศีมังกร (22 ธ.ค.-19 ม.ค.) บุคลิกเป็นคนเน้นการสัมผัสทางกายภาพคือ ให้ความสำคัญในสิ่งที่มองเห็น ได้ยินหรือจับต้องได้ ขณะเดียวกันก็มีลักษณะเด่นในเรื่องการคุ้มครอง รักษา สะสม ต้องการข้อมูลที่เป็นจริง และยังเป็นนักปฏิบัติ ชอบแก้ปัญหา มีความอดกลั้น ไม่ย่อท้อ

สัญลักษณ์ธาตุดิน เป็นสามเหลี่ยมคว่ำมีขีดทับกลางสีเขียว ซึ่งเป็นสีของพืชที่ปกคลุม พื้นดิน (หรือสี่เหลี่ยมสีเหลือง แล้วแต่ตำรา)

นาฬิกาที่ถูกโฉลก คือ สีเหลืองและเขียว สะท้อนความเรียบง่ายสมบุกสมบันและผ่อนคลาย ด้วยบุคลิกคล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง เครื่องประดับนาฬิกา ที่เหมาะสมต้องเรียบง่ายเข้ากับบุคลิก เช่น นาฬิกาแนวสปอร์ตหรือสายหนังเรียบ ๆ ซึ่งถือเป็นเครื่องนำโชคที่เหมาะสม



ธาตุน้ำ ประกอบด้วยราศีกรกฎ (21 มิ.ย.-22 ก.ค.) ราศีพิจิก (23 ต.ค.-22 พ.ย.) และราศีมีน (19 ก.พ.- 20 มี.ค.) มีความเป็นศิลปินสูง ธาตุนี้มีความสำคัญต่อโลกและมนุษย์ เพราะกว่า 70% ของผิวโลกและร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยน้ำซึ่งหากสังเกตวงจรของน้ำจะพบว่า น้ำทะเลระเหยกลายเป็นไอจับตัวเป็นก้อนเมฆและตกลงมาเป็นฝนดังนั้นธรรมชาติของ น้ำก็คือ การค้นหาเพื่อกลับไปสู่สถานะดั้งเดิม คนธาตุนี้จึงให้ความสำคัญกับความรู้สึก จินตนาการและสัญชาตญาณรวมไปถึงสิ่งที่อธิบายด้วยเหตุผลไม่ได้ แต่สามารถรู้สึกได้เหมือนกับการเรียนรู้จากอารมณ์มากกว่าปัญญา

สัญลักษณ์ประจำราศี คือ สามเหลี่ยมคว่ำสีฟ้า

นาฬิกาที่ถูกโฉลก คือ สีฟ้า เครื่องประดับบนเรือนนาฬิกาต้องบ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวเหมือนเกลียวคลื่น ที่สะท้อนจิตใจของผู้รักศิลปะ โดยต้องมีความโดดเด่นด้านการ ดีไซน์และความพิถีพิถันในรายละเอียด



ธาตุลม ประกอบด้วยราศีเมถุน (21 พ.ค.-20 มิ.ย.) ราศีตุลย์ (23 ก.ย.-22 ต.ค.) และราศีกุมภ์ (20 ม.ค.-18 ก.พ.) เป็นกลุ่มคนที่เน้นการคิด ใช้เหตุ ผลและปัญญามีความเชื่อว่า ปัญญาจะนำไปสู่ความจริง โดยไม่เชื่อในความรู้สึกหรือสัญชาตญาณในการตัดสินใจ นอกจากนี้ยังเป็นธาตุแห่งความปรองดองและการรวมกลุ่ม เนื่องจากทุกชีวิตอยู่ได้ด้วยการสูดหายใจ คน สัตว์ และพืชต่างหายใจด้วยอากาศ ธาตุลมจะอยู่ไม่นิ่งชอบปรับตัวและเปลี่ยนแปลง

สัญลักษณ์คือ สามเหลี่ยมหงายมีเส้นขีดทับตรงกลาง สีเหลือง ซึ่งเป็นสีของท้องฟ้าและแสงแดด

นาฬิกาที่ถูกโฉลก คือ สีเหลืองบุษราคัม แสดงออกถึงความสว่างไสว เจิดจรัสแห่งแสงพลิ้วปลิวไหวตามสายลม นาฬิกาที่เหมาะสมควรเป็นแนวแฟชั่นที่ให้ความรู้สึกไม่ ซ้ำซาก จำเจ เนื่องจากคนลักษณะธาตุนี้ กระฉับกระเฉง ชอบการเปลี่ยนแปลง เหมือนกับสายลมที่หมุนวนไม่หยุดนิ่ง



ธาตุไฟ ประกอบด้วยราศีเมษ (21 มี.ค.-19 เม.ย.) ราศีสิงห์ (23 ก.ค.-22 ส.ค.) และราศีธนู (22 พ.ย.-21 ธ.ค.) เป็นคนเน้นสัญชาตญาณ กระทำมากกว่าพูด ชอบริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ แต่มักไม่สามารถดูแลจนจบโครงการในสถานการณ์ที่คนอื่นมองเห็นปัญหา แต่มักมองเห็นโอกาสเสมอ บุคลิกกระตือรือร้น ชอบเอาชนะ มักเป็นผู้นำและทำหน้าที่ชักจูงใจผู้อื่น

สัญลักษณ์คือ สามเหลี่ยมหงายสีแดง สีประจำธาตุคือ สีแดงให้พลังความร้อนแรงดั่งเปลวเพลิง

นาฬิกาที่ถูกโฉลก คือ สีแดง นาฬิกา ที่เหมาสมต้องมีเล่นของกลไกสลับซับซ้อนดีไซน์โฉบเฉี่ยว เต็มไปด้วยพลังที่คอย เสริมให้เปี่ยมล้นด้วยความเชื่อมั่นและแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆอยู่ตลอดเวลา


เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ ขอบคุณบทความดีๆจาก www.kroobannok.com

นาฬิกาข้อมือแฟชั่น LED เท่ๆ

Photobucket